คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

พูดง่ายๆ คือสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิดในชั่วชีวิตเรา "การปฏิวัติ"
 
ถึงจะพอเข้าใจว่าการปฏิวัติทำไปด้วยความจำยอม เพราะคงจะไม่มีหนทางใดที่จะสมานความสัมพันธ์ชาติได้แล้ว อีกทั้งพฤติกรรมอันแสนสุดทนของผู้นำประเทศ และการหลบหลีกเลี่ยงหลายๆอย่าง ที่สร้างความเอือมระอาแก่คนทั่วไป
 
แต่ยังไงเราก้อคิดว่า นี่คือการกระทำที่"กะทันหัน"จนเราไม่ทันตั้งตัว
 
อำนาจพลเรือนอ่อนแอ หรืออำนาจทหารกล้าแข็ง
 
เมื่อไม่ทีทางแก้ สุดท้ายทหารกับตำรวจก้อต้องเป็นคนจัดการงั้นเหรอ
 
ประเทศชาติก้อเหมือนกับคอมฯ ที่ผู้ใช้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนตามที่คอมฯต้องการ เมื่อเครื่อง hang crash ก้อต้อง reset อยู่ที่ว่าคนกดปุ่ม reset จะเป็นคนแก้ และเป็นเจ้าของเครื่องคนต่อไปรึเปล่า
 
ถึงคน reset จะบอกว่าแค่เป็นเจ้าของเครื่องชั่วคราว แต่ถ้าเจ้าของเครื่องคนถัดไปถูกเจ้าของเครื่องคนก่อนควบคุมล่ะ ระบบจะรวนอีกมั้ย ถ้ารวนจะแก้ยังไง วิธีการของแต่ละโปรแกรมจะช่วยได้ ก้อเหมือนกับเรา ไม่ใช่ว่าตำรวจทหารมาคุมชั่วคราวแล้วเราจะแค่ทำตามอย่างเดียว ต้องคอยจับตามองด้วย
 
ปล. เซ็งชีวิต ไม่อยากทำอะไรแล้ว

รับน้องภาค++AF3

ด้วยความขี้ลืม วันนี้เลยเป็นวันแรกที่โพสต์ space 2 รอบในวันเดียวกัน
 
เรื่องมันเกิดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  เราไปรับน้องภาคมา  ด้วยความเหนื่อยจากการตัดต่อวิดีโอให้คุณน้องแววสุดสวยแห่งสโมฯ กว่าเราจะตื่นก้อปาเข้าไป 6 โมงครึ่ง อาบน้ำ เดินทางไปศรีตรัง(ชาตินี้กรูต้องเดินจากสโมฯ ไปศรีตรังตลอดเลยเหรอเนี่ย) แบกเอาคอมฯตัวโปรดกะกล้องไปด้วย กว่าจะถึงรถก้อปาเข้าไป 7 โมงครึ่งแล้ว
 
ถึงรถเราก้อหลับเป็นตาย รู้ตัวอีกทีเราก้อถึงลีลารีสอร์ทแล้ว(ก้อที่เดียวกับรับน้องปีที่แล้วนี่แหละ) ทีแรกคิดว่าน้องๆ พี่ๆ คงมาไม่เยอะ เพราะมีข่าวเรื่องระเบิด ไปๆมาๆ น้องๆพี่ๆ ก้อพอควรอยู่ โดยเฉพาะยุ้ย(น้องฉลากเรา)กับเตเต้(เป้าหมายเราที่บุคคลากรคณะแพทย์คนหนึ่งฝากฝังเราให้ช่วยถ่ายรูปให้หน่อย)
 
ไปถึงก้อมีการแนะนำตัวกันเลย(ทามมายตรูต้องออกกล้องตั้งสองรอบฟระ เป็นตากล้องดีดีไม่ชอบ) มีเล่นเกม เข้าฐาน ปีนี้มีเล่นเอามะเขือยาวชุบไข่แล้วรูดๆ มีคาบทาโร่คนละข้างด้วย ส่วนฐานที่เหลือก้อเรื่อยๆ น่ารักแกมทะลึ่งนิดหน่อย(ยังดีกว่าปีกรูที่เล่นเอาเวเฟอร์จิ้มน้ำทะเล กับไหว้ตัวอะไรไม่รุก้อละกัน)
 
ตอนเย็นมีกินข้าว กลับมาที่อาคารกิจกรรม มีการแสดงจากน้องปีสอง และตัวชูโรงของคืนนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากเราเอง – – ‘ เป็นพระถัง(ที่รูปร่างนับวันจะเป็นถังเข้าไปทุกที) มีโอมเป็นหงอคง เตี๋ยวเป็นม้า(ขอข้าสักคืนเถอะ เอ้ย นอกบทแล้ว) นิว พิ้ง เทพเป็นปิศาจตัวสุดท้าย(ที่ท่าเปิดตัวเหนือคำบรรยาย) และ~ของรักของข้า~[ที่ทำเอาทุกคนฮือฮา…….ตรงไหนวะ]
 
หลังจากรับขวัญเสร็จก้อมีรอบดึกต่อ แน่นอนก้อต้องมีเหล้า ที่เราไม่อยากโพสต์เพราะเรื่องมากกันเหลือเกิน งานนี้มีการโชว์ของดีด้วย ก้อของหม่องเกริกไง แต่เราไม่ได้ดูหรอกนะ หลับคาเก้าอี้ไปตั้งแต่เที่ยงคืนกว่าๆแล้ว ตีสี่ถึงเข้าไปนอนในอาคาร แล้วเพิ่งรู้ว่าไอ้คนที่เรานอนข้างๆคือเกริกจอมลีลา คนนี้นี่เอง(กรุณาทำเสียงเหมือนคนบรรยายทีวีแชมเปี้ยนจะได้อารมณ์มากขึ้น) เกริกเลยเป็นผู้โชคดีประจำปีนี้[ตรงไหนวะ………]
 
กลับมาจากรับน้องยังไม่พอ ยังไม่สะใจ ดันอยากไปเที่ยวข้างนอกอีก ผลเป็นไงละครับ เจออากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยเลยอ่ะดิ
 
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา(ก้อเมื่อวานซืนนี่แหละ) เราดู AF3 รอบชิง ที่เราไม่รู้สึกอยากดูมากเหมือนสองซีซันที่แล้ว ที่เราอยากดูจะเป็นจะตายแต่ดูไม่ได้ แต่พอดูรุ่นนี้ เฮ้อ แย่ลงกว่าสองรุ่นที่แล้วจริงๆ แฮะ แต่ก้อยินดีด้วยที่ทุกคนได้ทำตามความฝันไปส่วนหนึ่ง เหลืออีกเยอะนะ สู้เค้า
 
ปล.ไปๆมาๆ ยาวกว่าอันแรกอีกแฮะ
ปล.2 โครงการ+งานท่วมหัว จะเอาตัวรอดมั้ยเนี่ย

ถึงคนคนหนึ่ง(ไร้สาระวันละนิด จิตไม่หงุดเงี้ยว)

คุณครับ
 
ผมเฝ้ามองคุณ ตั้งแต่วันที่ผมได้รู้จักคุณครั้งแรก
 
ถึงแม้คุณจะบอกว่าคุณไม่ใช่คนหน้าตาดี
 
แต่ผมรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างดลใจ
 
เมื่อใดที่ผมคิดถึงคุณ ก้อเหมือนโลกสีเทารอบข้างได้เปลี่ยนเป็นสีสดใสขึ้น
 
และเมื่อยามที่ผมมองตาคุณ เลือดในกายผมก้อวิ่งเร็วกว่าปกติหลายเท่า
 
หัวใจผมเต้นแรง ความทะยานอยากอย่างหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆ ก้อพรูเข้าสู่สมอง
 
นี่หรือที่เรียกว่ารักน่ะ
 
คุณครับ ผมอยากบอกว่าชอบคุณเหลือเกิน
 
แต่ผมคงเอ่ยคำนั้นไม่ได้
 
เพราะหากพูดไป ระยะห่างระหว่างเราก้อคงห่างมากขึ้น
 
แล้วเราคงไม่ได้พูดคุยกันอีก
 
ผมคงทำได้เพียงมองคุณ คุยกับคุณเมื่อมีโอกาส
 
ไม่ว่าคุณจะมีคนสำคัญของคุณหรือไม่ก้อตาม แค่คุณมีความสุข ผมก้อดีใจแล้ว
 
ปอลอ. งานเยอะ ขอไร้สาระซักวันเหอะ

เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

แน่ละ หนีไม่พ้นเรื่องราวของหนังรักกระแสแรงที่ชื่อเดียวกับ topic
 
ทีแรกพอดูทีเซอร์ก้ออยากดูขึ้นมาทันที
 
แต่พอคิดไปคิดมา เรามีเวลาดูน้อย เลยตัดใจ
 
เราคงไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ในโรง ถ้าไม่ได้เจอพี่แซมในรถสองแถวเมื่อวันอาทิตย์
 
มาเข้าเรื่องดีกว่า เรื่องนี้เกี่ยวกับ ป้อม เด็กหนุ่มผู้ตามความฝัน(หรือสาวในฝันก้อไม่รุ) มาเข้าโรงเรียนดนตรี
 
หนังแบ่งเป็น 3 ช่วง ตามฤดูกาลที่ผันแปร ตั้งแต่เข้าโรงเรียนดนตรี เรียนรู้ดนตรี เพื่อน และที่สำคัญที่สุด ความรัก
 
หนังเรื่องนี้นอกจากพระเอกนางเอกน่ารัก ยังสอดแทรกมุกตลก(ที่ผมไม่ค่อยขำ แต่คนอื่นฮาทั้งโรง)ไว้เยอะ โดยเฉพาะอาจารย์จิซาโร่ ที่สอนเครื่องกระทบ ตัวขโมยซีนน้องบอลตัวยง(ทีแรกดูเทรลเลอร์ยังนึกว่าเป็นอ.โรซี่ซะอีก รู้สึกว่าจะแสดงเป็นแฟนนีน่าในแก็งชะนีฯด้วยนะ) ดูการแสดงของแกแล้วยังแอบหวังไว้ว่า สุพรรณหงส์หรือตุ๊กตาทองปีหน้าอาจมีชื่อแกเป็นผู้เข้าชิงนักแสดงสมทบชายก้อได้
 
ส่วนเนื้อเรื่อง ขอตินิด รู้สึกว่าจะเอนไปทางอ้อม(เพื่อนสนิทป้อม) มากไปหน่อยนะ ดาวเลยไม่ค่อยเด่นเท่าไหร่ แต่ยังไงเรื่องนี้ก้อเป็นหนังที่ผมรักเรื่องหนึ่งเลยหล่ะ
 
ปอลอ.มีคนที่เกี่ยวข้องกับชื่อหนังเป็นแขกรับเชิญด้วย